Wat Radchanadaram

กรุงเทพมหานครส่วนที่ตั้งวัดราชนัดดารามวรวิหารนี้เป็นพื้นที่ชั้นใน มีน้ำล้อมรอบ เมื่อแรกสร้างเรียกชื่อว่า “กรุงเทพทวาราวดี” ต่อมาเรียกว่า "กรุงรัตนโกสินทร์" และด้วยเหตุที่มีน้ำล้อมรอบจึงมักเรียกว่า “เกาะกรุงรัตนโกสินทร์” 

แผ่นดินที่ ๓ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า (พุทธศักราช ๒๓๖๗-๒๓๙๔) ทรงพระปรีชาสามารถเป็นเอนกประการ ทั้งการปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษา พระศาสนา การช่าง ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองและสร้างสรรค์ถาวรวัตถุประดิษฐานไว้อย่างงดงามเป็นศรีสง่าแก่ผู้พบเห็น เชิดชูเกียรติภูมิชาติไทยให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ชาวไทยเป็นชนชาติที่มีศิลปะน่ายกย่องเลื่อมใส มีวัฒนธรรมอันดีงามมาแต่บรรพกาล

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า มีพระราชศรัทธาแนบแน่นในพุทธศานา ปูชนียวัตถุและวัตถุสถานที่ทรงสร้างประกอบด้วย พระอาราม พระพุทธเจดีย์ พระธรรมไตรปิฎก

พื้นที่บนเกาะรัตนโกสินทร์ทางด้านทิศตะวันออกอันเปรียบประดุจบริเวณที่ชาวไทยปัจจุบันเรียกว่า ประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นที่ตั้งของวัดราชนัดดารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงหนึ่งในพระอารามที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้าทรงสร้าง นามวัดบ่งบอกความหมายว่าทรงมีพระราชศรัทธาสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชทานแด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี เริ่มสร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๓๘๙ เคียงคู่พระอารามหลวงที่อยู่ใกล้ ๆ คือ วัดเทพธิดาราม ซึ่งสร้างเฉลิมพระเกียรติ พระราชทานแด่พระราชธิดา พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าลักษณาวดี

สิ่งก่อสร้างในเขตพุทธาวาสได้แก่ พระอุโบสถ พระวิหาร การเปรียญ ตั้งเรียงเป็นแนวเดียวอยู่ด้านทิศตะวันออก เป็นงานสถาปัตยกรรมสูงใหญ่โอ่อ่ามั่นคงสง่างาม เขตสังฆาวาส เป็นกุฏิสงฆ์ อยู่ทางตะวันตก ณ ศูนย์กลางของพระอาราม คือ "โลหะปราสาท" พุทธเจดีย์ประธานของพระอาราม ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้เป็นสัญลักษณ์ที่ประกาศแก่ชาวโลกว่า แผ่นดินไทยเป็นดินแดนพระพุทธศาสนาที่รุ่งเรือง เมื่อพระอุโบสถ พระวิหาร การเปรียญสร้างแล้วเสร็จ ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาปกครอง การก่อสร้างพุทธสถานโลหะปราสาทคงดำเนินการต่อไปถึงพุทธศักราช ๒๓๙๔ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า เสด็จสวรรคต งานก่อสร้างโลหะปราสาทยังไม่แล้วเสร็จ ในรัชกาลต่อมาโดยเฉพาะรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทำนุบำรุงอาคารพุทธสถานโลหะปราสาทไว้อย่างต่อเนื่อง

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน ได้เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์ให้มีความมั่นคงแข็งแรง เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๕ เป็นต้นมาได้เพิ่มพูนขึ้นเป็นระยะๆ เพื่อเป็นพุทธสถานโลหะปราสาทที่มีความสมบูรณ์ทั้งรูปลักษณ์ ความหมาย และประโยชน์ใช้สอย เมื่อรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและเริ่มดำเนินการอนุรักษณ์เกาะรัตนโกสินทร์ พระพุทธเจดีย์โลหะปราสาทจึงได้รับการรังสรรค์แต่งเติมให้ความสมบูรณ์เกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามลักษณะของงานด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะเพื่อพุทธศักราช ๒๕๓๐ มหามงคลสมัยที่รัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบ ๒๐๐ ปีวันพระราชสมภพ ความงดงามแห่งพุทธศิลป์โลหะปราสาทก็ได้เริ่มฉายรัศมีความสำคัญให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวไทยและชาวโลก สามารถสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ได้อย่างสมบูรณ์ ควรแก่การภาคภูมิใจ